HoMME _ 的个人资料H.....o.....M.....M........照片日志列表更多 工具 帮助

CoNQUERENt HoMME _

职业

H.....o.....M.....M.....E

+++Du aergenzt mich+++
10月27日

กลับมาแล้ว

กลับมาแล้ว พร้อมโลกใบเดิมที่ฉันเริ่มมีตัวตนขึ้นมา
ฉันเคยถามหาความสุข ถามหาความรัก ถามหาคนที่รักฉันจริงๆ
ถึงตอนนี้ ฉันก้ออาจจะยังไม่รู้ว่าจุดหมายของชีวิตฉันคืออะไร
หรือแม้กระทั่งฉันเองก้อยังบอกไม่ได้ว่าความสุขคืออะไร แต่ฉันรู้สึกถึงมันได้
อย่าอิจฉาฉันเลยนะ ที่ฉันอยากจะบอกว่า ตอนนี้ฉันเจอคนๆนั้นแล้วล่ะ
คนๆนั้นที่มาช่วยชีวิตฉันไว้ จากวันที่เลวร้ายที่สุดวันนึงในชีวิตของฉัน
ฉันจะกลับมาถ่ายทอดเรื่องราวในช่วงชีวิตที่แย่ที่สุดและดีที่สุดภายในช่วงเวลาเดียวกัน
ฉันไม่เคยเชื่อว่าเวลาทั้ง2ช่วงนั้นมันจะเกิดขึ้นพร้อมกันได้
 
ฉันเคยด่า ฉันเคยว่าพวกคนที่คิดสั้น ยิงตัวตาย โดดตึก หรือฆ่าตัวตายด้วยวิธีการต่างๆ
ฉันว่าพวกเค้าโง่ พวกเค้างี่เง่า คิดแต่จะหนีปัญหา ไม่คิดถึงคนข้างหลังกันเรยรึไง
แต่ฉันเข้าใจพวกเค้าแล้วว่า เค้าไม่ได้หนีปัญหา แต่เค้าคงแก้มันทุกวิถีทางแล้ว
ไม่ใช่หนี...แต่แก้ไม่ได้
แล้วสาเหตุที่เราคิดว่าอาจจะไม่คิดถึงคนข้างหลัง
นั่นอาจเป็นเพราะว่า...ไม่มีใครที่จะคิดถึงเค้าจากหัวใจ เพียงคิดถึงเพราะหน้าที่เท่านั้น
 
ฉันไม่เข้าใจว่าเราจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่อเจอกับความเจ็บปวดแบบเดิมๆไปเพื่ออะไร?
ฉันและคนอื่นๆคิดว่าตัวฉันเองมีคนรู้จักมากมาย
แต่คุณรู้มั้ย ยิ่งคุณรู้จักคนเยอะ คุณกลับยิ่งเหงามากขึ้น
เพราะเวลาที่เราต้องการใครสักคนจากในหน่วยความจำของสมอง หรือ จากในหน่วยความจำของโทรศัพท์
กลับไม่มีใครมองเห็นฉันเลย หรือไม่ เพียงทักทายกันแล้วก้อผ่านไป ไม่ได้สัมผัสถึงความรู้สึกภายในใจของฉัน
ฉันต้องการเพียงใครสักคนที่จะอยู่เป็นเพื่อนกับฉัน นั่งฟังฉันร้องไห้โดยที่ฉันไม่ต้องพูดอะไร แต่มันก้อไม่เคยมี
ฉันรู้ว่าเราต่างคนต่างก้อมีหน้าที่ของตัวเอง ไม่มีใครที่จะว่างเพื่อมาอยู่กับคนบ้าคนนึงได้ตลอดเวลา
ฉันรู้....แต่ฉันก้อต้องการ เพราะฉันไม่สามมารถห้ามความรู้สึกตัวเองได้
ฉันทำได้เพียงนั่งร้องไห้กับเตียง แอลกอฮอล์ โทรศัพท์ เพลง ซีดี ของเก่าๆ เสื้อผ้า จดหมาย รถเมล์ แท๊กซี่ มอเตอร์ไซค์
พร้อมกับการประมวลภาพที่ทำงานโดยอัติโนมัติในทุกแห่งที่ฉันก้าวผ่าน
 
ฉันกำลังจะลาโลกใบที่ฉันไม่เคยมีตัวตนไป โดยทิ้งอะไรบางอย่างไว้ให้ใครหลายคน
แต่แล้ว พระเจ้าคงยังให้ฉันมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อทำงานของพระองค์ก่อน ฉันรับงานมาแล้ว
หลังจากที่ฉันยังไม่สามารถล่าวคำลาใครได้ ฉันก้อต้องออกเดินทางสู่โลกกว้างในดินแดนที่ฉันไม่เคยไป
ฉันตั้งใจและเต็มที่กับงานของพระ  แต่ฉันยังคงคิดว่าหลังเสร็จงานนี้ ฉันจะพยายามกล่าวคำลาอีกครั้ง
 
ฉันเกือบจะลืมคำว่ารักไปแล้วสิ ฉันแทบจะลืมว่ามันสะกดยังงัย และ แปลว่าอะไร
กลับมาทำต่ออีกหนึ่งงานในทันใด แต่ก้อยังไม่วายคิดจะหาทางกล่าวคำลา
จนกระทั่ง...ลิงน้อย..ทำให้ฉัน...หยุดความคิดที่จะกล่าวคำลา
มันอาจจะดูว่าฉันพูดเกินจริงไป แต่คุณรู้มั้ยว่า
เพราะเค้า...ฉันจึงยังมีชีวิตอยู่ได้ในทุกวันนี้
ฉันไม่รู้ว่าฉันมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร แต่ฉันลืมตาตื่นมาแล้วพบว่าฉันยังเจอเจ้าลิงน้อยอยู่
แค่นี้มันก้อทำให้ฉันมีแรงตื่นขึ้นมาอีกหนึ่งวัน
ฉันเคยคิดว่า ถ้าวันนึงฉันตื่นมาแล้วไม่มีเจ้าลิงน้อยอีกต่อไป
ฉันไม่รู้จะทำยังงัย ฉันรู้แต่เพียงว่า
วันนั้นแหละที่ฉันจะนอนหลับและตามเจ้าลิงน้อยไป
 
ฉันบอกกับเค้าว่า...ฉันคิดว่าพระเจ้าคงส่งเค้ามาให้ฉัน
พระเจ้าคงยังไม่อยากให้ฉันไปยังโลกอีกใบนึง ให้ฉันมีชีวิตต่อไปเพื่อทำงานของพระองค์
ฉันขอบคุณพระที่ทรงส่งเค้ามาให้กับฉันเราไม่สามารถล่วงรู้ถึงเหตุการณ์ข้างหน้าได้
และฉันก้อไม่รู้ว่าเค้าจะอยู่กับฉันอีกนานแค่ไหน
ฉันขอบคุณเค้า..ที่ทุกอย่างมันเริ่มต้นอย่างดีกว่าที่ฉันเคยต้องการและไขว่คว้า
แต่ฉันก้อบอกกับเค้า..ฉันยังกลัว เพราะบางครั้งฉันยังคงนึกถึงอดีตอยู่บ้าง
ถึงแม้จะไม่เห็นแผลแล้ว แต่ความรู้สึกที่เคยมีของแผลเหล่านั้น มันยังคงมีอยู่
หากมีคนไปสัมผัส หรือ ซ้ำที่ตำแหน่งเดิม มันก็กลับจะเจ็บและรู้สึกมากขึ้นกว่าเดิม
แต่เค้าบอกฉันว่า...ไม่เปนไร...เริ่มต้นใหม่อีกซักครั้ง...และเค้าสัญญาว่าจะไม่ทำให้มันเกิดขึ้นอีก
ถึงแม้ฉันจะไม่ค่อยรู้เรื่องราวในอดีตของเค้าซักเท่าไหร่ แต่ฉันคิดว่าซักวัน เค้าจะบอกฉันเอง
ฉันจะอยู่กับปัจจุบันให้ได้
 
อยากให้ใครคนนึงที่รักที่สุดได้มีวันและคืนที่แสนพิเศษอย่างที่เธอเคยให้ทุกอย่างกับฉัน
อยากให้มันมีค่ากว่าสิ่งใดที่สุดเท่านั้น กับรักที่เธอให้ฉันหมดหัวใจ
อยากจะเป็นคนดีที่ดีที่สุดอยากจะเป็นผู้ชายที่พร้อมทุกอย่าง
อยากจะเป็นดังแสงสว่างสดใส อยากให้เรามีบ้านของหัวใจ
เนิ่นนานแค่ไหน ฉันจะไม่เปลี่ยนใจจากวันนี้
ได้โปรดจับมือฉัน ทุกสิ่งอยู่ในนั้น เป็นดังคำที่ฉันสัญญาให้เธอคนดี
วันเวลาทุกวินาที จะหยุดที่เธอคนนี้ ทั้งชีวิตจะมีเพียงเธอ
น่าจะมีอะไรที่ดีทีสุด เท่ากับวันเวลาทุกๆนาที จะมีเธอเคียงข้างกันต่อจากนี้
สิ่งใดๆในโลกจะงดงามมากมายเพียงไหน ไม่มีเธอก็หมดความหมาย
ทุกอย่างคือความรู้สึก สิ่งที่คิดและฝันมันแสนยิ่งใหญ่
อาจจะทำอะไรผิดพลาดไป ฉันก็ยังตัดสินใจ และจะไม่เปลี่ยนไปจากวันนี้ และตลอดไป
อยากกอดเธอตอนเช้า และอยากให้เธอนั้นเป็นคนเดียวที่ฉันได้เจอทุกๆเวลา
ความทรงจำเมื่อฉันลืมตา จะอยู่ที่เธอเท่านั้น ทั้งชีวิตจะมีเพียงเธอ
หากว่าคุณมีคนที่รักที่สุด บอกกับเค้าทุกวันว่ารักที่สุด บอกกับเค้าทุกเช้าที่ตื่นได้ไหม
อยากให้เค้าเป็นบ้านของหัวใจที่มีความหมาย รักและคอยห่วงใยอยู่ตรงนี้ และตลอดไป

 

 

ขอบคุณ...พระเจ้า ที่พระองค์ทรงทำให้ลูกยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้ในวันนี้อีกหนึงวันและขอบคุณที่พระองค์ทรงส่งลิงน้อยมาให้ลูก
ขอบคุณ...ทุกคน สำหรับความความห่วงใย
ขอบคุณ...เพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคน เรารู้ว่าพวกคุณไม่ลืมเรา เพียงแต่เพราะภาระหน้าที่ที่แตกต่างกันก็เท่านั้น แต่โทรมาหากันบ้างก้อดีนะ
ขอบคุณ...DOLAKANPJF ที่พวกคุณทำให้เรายิ้มได้ตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน
ขอบคุณ...ศิลปากร บ้านของเราอย่างแท้จริง ที่รักษาเยียวยาได้ดีกว่าสถานพยาบาลชั้นนำซะอีก
ขอบคุณ...บทเพลงทุกเพลง ที่อยู่เป็นเพื่อนเวลาฉันร้องไห้ตลอด
ขอบคุณ...สุราเมรยะ ที่ช่วยกระตุ้นให้ฉันระบายความรู้สึกออกมาทั้งในเวลาที่ต้องการและไม่ต้องการ อย่างน้อยก้อทำให้ฉันเบาตัวขึ้น
ขอบคุณ...พ่อเนื้องอก อย่างน้อยเราก้อยังมีพวกเวลาที่เราไม่เหลือใครแล้ว คำพูดของคุณตรงความรู้สึกของฉันที่สุดแล้วรู้มั้ย
ขอบคุณ...ความมืด ที่ทำให้ฉันรู้คุณค่าของแสงตะวัน
ขอบคุณ...ความหนาวและความเหงา ที่ทำให้ฉันรู้คุณค่าของความอบอุ่น
ขอบคุณ...ความสูญเสีย ที่ทำให้ฉันรู้คุณค่าของการมีอยู่
ขอบคุณ...ความเจ็บปวด ที่ทำให้ฉันรู้คุณค่าของความสุข
ขอบคุณ...ลิงน้อย ที่ทำให้ฉันมีแรงตื่นขึ้นมา และทำให้ฉันได้รู้คุณค่าของความรัก
 
5月31日

เวิ่นเว้อดีจัง


ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของคนเราคือ....


การตกหลุมรักใครสักคน
การได้จูบครั้งแรก
การได้หัวเราะจนท้องแข็ง
การได้นั่งอ่านจดหมายเก่าในวันว่าง
การได้ใช้เวลาว่างในที่ๆ แสนงดงาม
การได้ฟังเพลงที่ชอบทางวิทยุ
การได้นอนฟังเสียงฝนตก
เมื่อเวลาที่เราอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ แล้วเจอผ้าเช็ดตัวอุ่น
การสอบเสร็จ
การได้รับโทรศัพท์จากใครสักคนที่ไม่ได้พบเจอเขาบ่อยน ัก
การเจอเงินที่เราซ่อนไว้ตั้งนานมาแล้ว
การได้ยิ้มกับใครสักคน
การได้คุยโทรศัพท์ได้เป็นชั่วโมงกับคนรัก
การยิ้มโดยไม่ต้องมีเหตุผล
การถูกชมอย่างกะทันหัน
การตื่นขึ้นมาแล้วตระหนักได้ว่ามันน่าจะนอนต่อได้อีก ตั้งชั่วโมงแน่ะ
การได้ฟังเพลงที่ทำให้เรานึกถึงคนพิเศษของเรา
การได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม
การมีเพื่อนใหม่
การรู้สึกเหมือนผีเสื้อบินว่อนอยู่ในท้องคุณเวลาคุณเ จอหน้าเค้าคนนั้น
การผ่านช่วงเวลานึงไปได้พร้อมกับเพื่อนที่ดีที่สุดขอ งคุณ
การได้เห็นคนที่คุณชอบมีความสุข
การได้ใส่เสื้อของคนที่เราชอบทั้งๆ ที่กลิ่นหอมของเค้ายังกรุ่นอยู่
การได้เจอเพื่อนเก่าอีกครั้งแล้วรู้สึกเหมือนไม่มีอะ ไรเปลี่ยนไปเลย
การได้มองท้องฟ้ายามโพล้เพล้
การได้ยินใครสักคนบอกรักคุณ

การที่ได้ไปนั่งชิลริมสะแก้ว

การที่ได้นั่งอยู่ที่ทะเล

การได้ดูพี่โต๋


ที่สุดคือการได้รู้ว่าเราเป็นที่รักของคนที่เรารัก


 

เหนื่อยนัก เลยอยากอยู่นิ่งๆซักพัก ไม่ค่อยอยากจะพบเจอความวุ่นวายเวิ่นเว้อ อะไรเป็นยังงัย ในที่สุดมันก้อยังเป็นอย่างงั้น ลงทะเบียนเรียนก้อไม่ได้ แมร่งเต็มหมด ไม่ต้องเรียนเรยละกันกรู ลาออกจากม.มาเรียนเกอเต้ให้จบ C2 ดีกว่า เหงาดีเนอะ ยิ่งฝนตกบ่อยๆด้วยนะ อารมณ์ยิ่งเวิ่นเว้อไปกันใหญ่ ฟุ้งซ่านนั่นเอง คนที่เราอยากอยู่ด้วยเค้าก้อดันไม่อยากอยู่กับเราหรือไม่ เค้าก้อไม่ว่างที่จะอยู่หรือคุยกับเรา ไม่เปนไรนะ เราเข้าใจ แต่แค่น้อยใจเท่านั้นเอง ละก้อสิ่งที่ใครทำไรเราไว้มาทั้งหมดอ่ะ เราให้อภัยนะ แต่ก้อแค่ไม่เคยลืม 

 

เราจะเรียนกันไปทำไม-เรียนเพื่อมีงานดีๆทำ-มีงานดีๆทำเพื่อมีเงินเยอะๆ-มีเงินเยอะๆเพื่อเอามาซื้อของ-ซื้อของเยอะแยะมากมาย-แล้วไง?-ความสุขอยู่ที่ไหน?-แล้วความรักของเราล่ะ มันยังมีอยู่มั้ย?-แล้วเราจะมีชีวิตไปวันๆนึงเพื่ออะไรกันแน่?

 

ปัญหาเยอะนัก เด๋วแมร่งก้อหายไปจากโลกนี้ซะเรย ไม่ได้หนีนะ แต่ไม่รู้จะทำยังงัยนี่หว่า

 

5月17日

St. Mathilda

St. Mathilda

March 14 is the memorial of Saint Mathilda.

Mathilda was born at Engern, Westphalia, Germany, in the year 895. She died at Quedlinburg, March 14, 968.

 

Saint Matilda is another who shows us the possibility of living in the world and reaching the state of Christian perfection. It's not easy, especially at first, because there are so many delightful distractions that titillate the senses and feed the ego. But when the soul becomes acquainted with God and forms a relationship, it hungers and thirsts for more of His love. Thus, fervent prayer, holy meditation, and reading pious books, are more necessary for those living in the world than for professed religious, because of the continual distractions. Amidst the pomp, hurry, and amusements of a court, Saint Matilda gave herself up to holy contemplation with such earnestness, that though she never neglected any duties, her soul was raised to heaven.

 

Saint Matilda was daughter of Count Dietric (Theodoric) of Westphalia and Reinhild of Denmark. At a very early age her parents placed her under the care of her grandmother, Maud, abbess of Eufurt monastery, who had renounced the world upon her widowhood. Matilda relished the life of prayer and spiritual reading. Like all young ladies she learned the refined skill of needlework. She remained in the convent until her parents married her to Henry, son of Duke Otto of Saxony, in 909 (some vitae push all the dates for marriage and crowning by several years).

 

Her husband, named the Fowler, from his fondness for popular sport of hawking, became duke of Saxony at the death of his father, in 912. Upon the death of Conrad I in 919, was chosen king of Germany. He was a pious and victorious prince, and very tender of his subjects. His solicitude in easing their taxes, made them ready to serve their country in his wars at their own cost, though he generously recompensed their zeal after his expeditions, which were always attended with success.

 

While he by his arms checked the insolence of the Hungarians and Danes, and enlarged his dominions by adding to them Bavaria, Matilda gained domestic victories over her spiritual enemies, more worthy of a Christian, and far greater in the eyes of heaven. She nourished the precious seeds of devotion and humility in her heart by assiduous prayer and meditation; and, not content with the time which the day afforded for these exercises, employed part of the night the same way. The nearer the view was which she took of worldly vanities, the more clearly she discovered their emptiness and dangers and sighed to see men pursue such bubbles to the loss of their souls; for, under a fair outside, they contain nothing but poison and bitterness.

 

It was her delight to visit and comfort the sick and the afflicted, to serve and instruct the poor, and to show charity to prisoners, procuring their freedom if justice would permit it or easing their suffering by liberal alms. Her husband, edified by her example, concurred with her in every pious undertaking.

 

After twenty-seven years of marriage, Matilda and Henry were separated by his death in 936. During his last illness, Matilda went to the church to pour forth her soul in prayer for him at the foot of the altar. As soon as she understood, by the tears and cries of the people, that he had expired, she called for a priest that was fasting, to offer the holy sacrifice for his soul; and at the same time cut off the jewels which she wore, and gave them to the priest as a pledge that she renounced from that moment the pomp of the world.

 

She had three sons (one source says five); Otto, afterwards emperor; Henry, duke of Bavaria who is known as "the Quarrelsome"; and Saint Bruno, archbishop of Cologne. Henry was the better suited to succeed his father, but Otto, the eldest, was elected. Otto was crowned king of Germany in 937. Matilda, in the contest between her two elder sons for the elected crown, favored her middle son, Henry, a fault she expiated by severe afflictions and penance. When Otto (the Great) was elected, she persuaded him to name Henry duke of Bavaria after he had led an unsuccessful revolt.

 

These two sons conspired to strip her of her dowry, on the unjust charge that she had squandered away the revenues of the state on the poor. This persecution was long and cruel, especially because it came at the hands of her precious sons. She retired to her country home but was later recalled to the court at the insistence of Otto's wife, Edith. The errant princes were reconciled to her and restored her all they had taken. She then became more liberal in her alms than ever.

 

When Henry again revolted, Otto put down the insurrection in 941 with great cruelty. Matilda censured Henry when he began another revolt against Otto in 953 and for his ruthlessness in suppressing a revolt by his own subjects; at that time she prophesied his imminent death. Yet, the testimony of her son Henry is powerful. He told her: "Oh, my very dear one, in all things you have given us excellent advice: how many times have you changed iniquity to justice."

 

After Henry's death in 955, she devoted herself to building many churches and four religious houses, including Engern, Pöhlde in Brunswick (where she maintained 3,000 monks), Quedlinburg in Saxony (where she buried her husband), and Nordhausen, where she retired in her later years. When she had finished the buildings, Quedlinburg became her usual retreat. After his victories over the Bohemians and Lombards, Matilda governed the kingdom when Otto went to Rome in 962 to be crowned emperor, which is often regarded as the beginning of the Holy Roman Empire.

 

During the last of her 32 years of widowhood, Matilda entered one of the convents she had founded at Nordhausen. She applied herself totally to her devotions, and to works of mercy. It was her greatest pleasure to teach the poor and ignorant how to pray, as she had formerly taught her servants. In her last sickness she made her confession to her grandson William, the archbishop of Mentz, who yet died twelve days before her, on his road home. She again made a public confession before the priests and monks of the place, received a second time the last sacraments, and lying on a sackcloth with ashes on her head. Her body remains at Quedlinburg, where she is buried beside her husband. The Benedictines venerate her as one of their oblates.

 

To find the bliss Matilda found requires foregoing vain pleasures to open precious hours for devotional exercises. Perhaps we can all hasten our journey toward sanctity this Lent by giving up an hour of television daily to spend in prayer or Scripture study or volunteering to help the less fortunate. Time is a most precious commodity; use it wisely.

5月5日

งานเลี้ยงของคุณอาที่รัก

เคยคิดมั้ยว่า ทำไมคนเราต้องมีความรู้สึกกันด้วย บางครั้งมันก้อดีบางครั้งก้อไม่ดี
 โดยเฉพาะ ความรัก มันเคยทำให้เรามีความสุขที่สุด บางครั้งมันก้อทำให้เราเสียใจที่สุดจนทำให้เราไม่อยากรักใครอีก ไม่ได้หมายถึง ในฐานะแฟนอย่างเดียวนะ เพื่อน พี่ น้อง ญาติ คนรู้จัก ด้วย เพราะเวลาเรารักใครไปแล้วคนๆนั้ก้อมักที่จะจากเราไปทุกที พยายามแล้วแต่มันทำไม่ได้ พยายามที่จะไม่รักใคร แต่มันก้อทำไม่ได้ ก้อเค้าว่ากันว่าโลกหมุนด้วยความรักนี่เนอะ
 
งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกราใครๆเค้าก้อพูดกัน งานเลี้ยงมีแต่ความสุข ความสนุก แต่ใครจะรู้บางว่า เมื่องานเลี้ยงเลิกราไปแล้ว จะรู้สึกแย่แค่ไหน พบกันเพื่อจาก บางครั้งเราก้อยอมไม่พบกันเลยมันจะดีกว่ามั้ย เพราะถ้าเราไม่พบกัน เราก้อคงไม่ต้องจากกัน การไม่รู้จักกัน อาจจะดีกว่าการรู้จักกันแล้วต้องจากกันก้อได้ แต่อย่างน้อย ในวันข้างหน้า มันก้อทำให้เราอุ่นใจและยิ้มขึ้นมาได้ เมื่อนึกถึงสิ่งเหล่านั้น เวลาเรามานั่งนึกถึงช่วงเวลาเหล่านั้นก้อทำให้เรามีความสุขได้อีก แต่กว่าที่เราจะผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นได้ มันจะนานแค่ไหน กว่าจะถึงวันข้างหน้า มันทรมานมากมายเลยนะรู้ไหม
 
ไม่คิดว่าปีนี้จะมีงานเลี้ยงที่เลิกเร็วขนาดนี้ เฮ้อ ก้ออย่างว่าอ่ะนะ ไม่มีใครคาดคิดหรอก งานเลี้ยงแรกในปีนี้เป็นของคุณอาสุดที่รัก พี่กุ๊ก ณ เทคโนปีแสง  ไม่รู้จะบอกอะไร ทุกอย่างมันเป็นความรู้สึกอ่ะ บอกได้ว่ารักพี่กุ๊กเสมอใจ ก้ออย่างที่บอกไว้ในสเปซพี่กุ๊กนั่นแหละ แต่ปีนี้ มันจะมีงานเลี้ยงไม่ต่ำกว่า10แน่ๆ ก้อดันไปรู้จักคนเยอะนี่นา เตรียมทำใจไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วหล่ะ แต่ก้อยังทำไม่ได้  ไม่อยากไปงานเลี้ยงเลย แต่ก้อต้องไป แล้วงานต่อไป จะเป็นของใครอีกล่ะ
 
 
 
สวัสดีดวงตะวัน คืนนี้มีดาวเต็มฟ้าทอประกาย
ภาระฉันจึงไม่มีมากมาย พอมีเวลานั่งเขียนถึงเธอ
อยู่สบายไหมตะวัน เราไม่ค่อยได้เจอกันเลยใช่ไหม
ทั้งๆที่ฟ้าเดียวกันนั้นใกล้ แต่เพราะภาระของเราต่างกัน
แม้จะไม่ได้พบเจอเธอ ก็รู้เสมอว่าเธออยู่ตรงไหน
และฉันก็รู้ว่างานเธอหนักเพียงใด เธอต้องดูแลใครๆมากมาย
อยากบอกเธอว่าคิดถึง มีฉันซึ่งยังเป็นห่วงเสมอ
แม้ฉันไม่รู้เมื่อไหร่จะพบเธอ แต่ฝันถึงเธอทุกคืน
แม้จะไม่ได้พบเจอเธอ ก็รู้เสมอว่าเธออยู่ตรงไหน
และฉันก็รู้ว่างานเธอหนักเพียงใด เธอต้องดูแลใครๆมากมาย
อยากบอกเธอว่าคิดถึง มีฉันซึ่งยังเป็นห่วงเสมอ
แม้ฉันไม่รู้เมื่อไหร่จะพบเธอ แต่ฝันถึงเธอทุกคืน
รู้ไว้พระจันทร์ดวงนี้รอพบเธอ และคิดถึงเธอเหลือเกิน
 
*รักพี่กุ๊กมากมายนะ
**รักทุกคนด้วยแหละ
***เบื่อการรอคอยต่อไป
****เบื่อการไม่รักษาสัญญา
4月23日

แฟนเก่า...ไปลอกเค้ามาอีกทีแหละ

แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยคิดว่าเค้าน่ารักที่สุด(ในสายตาคุณ)
แต่ปัจจุบันเค้าคือ...(แล้วแต่จะคิดค่ะ)ทั้งๆที่หน้าตาก้อไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยอยากเห็นหน้าเค้ามากที่สุด
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คนที่คุณเห็นหน้าแล้วอยากจะเดินเข้าไปตบ/ต่อยซักที

แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยคิดถึงมากที่สุด
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คนที่ใครพูดถึงให้คุณได้ยินแล้วอยากจะเดินเข้าไปด่า
 
แฟนเก่าคือ คนที่เคยสอนให้คุณรู้จักคำว่ารัก
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คนที่สอนให้คุณรู้จักคำว่าเกลียด
 
แฟนเก่าคือ คนที่เวลาหนังเข้าคุณจะนึกถึงเค้าเป็นคนแรก
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คนที่ทำให้คุณไม่อยากดูภาคต่อไปของหนังเรื่องนั้น
 
แฟนเก่าคือ คนที่ทำให้คุณมองโลกสดใส
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คนที่ทำให้คุณฟังเพลงอกหักได้เพราะขึ้น
 
แฟนเก่าคือ คนที่ทำให้คุณอยากไปเรียน(อยากเจอกันทุกวัน)
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คนที่ทำให้คุณไม่อยากไปเรียน(ไม่อยากเจอหน้ามัน)
 
แฟนเก่าคือ คนที่สอนให้คุณเข้าใจสัจธรรมของคำว่าเข้าใจกันและกัน
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คนที่สอนให้คุณเข้าใจสัจธรรมของคำว่าเลิกลา
 
แฟนเก่าคือ คนที่ทำให้คุณหัวเราะได้
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คุณที่ทำให้คุณรู้จักคำว่า 'เหงา'
 
แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยรัก
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คนที่ทำให้คุณคิดว่า 'เคยรักมันไปได้ยังไง' (เห็นธาตุแท้)
 
แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยคิดว่าอยากอยู่ด้วยกันตลอดไป
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คนที่ทำให้คุณคิดว่า 'เคยอยู่กับมันไปได้ยังไง' (เบื่อหน้ามัน)
 
แฟนเก่าคือ คนที่ทำให้คุณมีความสุขกับความรัก
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คนที่ทำให้คุณเข็ดกับการมีความรัก/หาใหม่ให้ได้ดีกว่านี้
 
แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยเบื่อที่จะตอบคำถาม ไปไหนมา...ไปกับใคร...ไปที่ไหน...ไปทำไม
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คนที่คุณรอคอยว่าสักวันเค้าจะกลับมา
 
แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยพูดถึงเสมอว่า เบื่อ
แต่ปัจจุบันถ้าคุณยังพูดถึงเค้าเสมอนั้นหมายถึงว่า คุณยังลืมเค้าไม่ลง 
                
แฟนเก่าคือคนที่สอนให้คุณเป็นคนปากกับใจไม่ตรงกัน 
ปากก็บอกว่าเกลียดๆทั้งที่ในใจอาจจะยังรักเค้าอยู่ แต่ก้อไม่เสมอไปหรอกนะ จิงมะ???
4月10日

ฝันๆๆๆ ....ตื่นเต้นๆๆๆ

ช่วงนี้ฝันอะไรแปลกๆเยอะจัง
นอนหลับไม่ค่อยสนิท
ตื่นมาเลยเหนื่อยเหมือนไม่ได้พักผ่อน
 
ฝันถึงเรื่องราวเก่าๆ คนเก่าๆ สถานที่เก่าๆ ความรู้สึกเก่าๆ
 
แต่ที่ฮาที่สุด 55+ เหมือนจิงมากๆ
ฝันถึงพี่จิต(พี่ชายสุดที่รักที่พลัดพรากจากกันมา19ปีเต็มๆ)
 
เรื่องมีอยู่ว่า....อยากเล่าๆ....ตื่นเต้น
 
พี่จิตโทมา(ในฝัน)ตอนเช้าตรู่ แบบว่าพระอาทิตย์ยังไม่ทันจะส่องแสงเลย
 
พี่จิต - ฮัลโหล ออมเหรอ อยู่ไหนเนี่ย
ด้วยความงัวเงียก้อเราก้อตอบไปว่า-อยู่ห้อง ทำไมเหรอ มีไรรึป่าว
พี่จิต-เฮ้ย มาม่าอ่ะ มันใช้ไมโครเวฟทำได้ป่าววะ
เรา - ได้ๆ
พี่จิต-เอองั้นเด๋วไปหาที่หอนะ
 
ด้วยความที่พี่จิตนั้นเป็นบุคคลที่กินมาม่าได้บางยี่ห้อเท่านั้น แล้วเราก้อดั๊นไม่มียี่ห้อที่เค้ากิน ด้วยความหวังดี เพราะกลัวว่ามาถึงแล้วกินไม่ได้ก้อเลยตอบไปว่า
เรา - แต่เราไม่มีมาม่ายี่ห้อที่พี่จิตกินได้นะ
พี่จิต - ไม่เปนไร เด๋วพี่เอาไป
เรา - อือๆ(ในใจก้อเริ่มงงแล้วครับท่าน) แล้วจะกินมาม่าตอนเช้าขนาดนี้เรยเหรอ
พี่จิต - อืมๆ หิวแล้ว อยากกินมาม่า
เรา - เคๆ ได้ (กรูตื่นเช้ามากินมาม่าด้วยก้อได้วะ)
 
พี่จิต - ตกลงว่าออมทำมาม่าด้วยไมโครเวฟได้ใช่ป่ะ?
เรา - อืม มั้ง(ตอบมั้งเพราะว่าง่วงนั่นเอง)
พี่จิต - ได้ใช่ป่ะ (น้ำเสียงเริ่มจิงจัง)
เรา - ได้ค่ะ(ชัดถ้อยชัดคำมาก)
 
พี่จิต - เคๆเด๋วพี่ไปหาที่หอนะ
เราก้องงๆ - หือ? แต่หอเราไม่มีไมโครเวฟนะ
พี่จิต - อือ ไม่เปนไรเด๋วพี่เอาไป
เรา - ห๊า...?????
พี่จิต - อืม อีก5นาทีเจอกันหน้าหอ
เรา- ???
 
จบการสนทนา(ในฝัน)
 
คิดดูซิคะ คุณลองนึกภาพดู แบกมาม่า+ไมโครเวฟ ขึ้นรถมาจากบ้าน 
แล้วคนที่หอคงงอ่ะนะ ถ้าเห็นภาพแบบว่าเอาไมโครเวฟ+มาม่าลงจากรถ มากินกันหน้าหอ เออดี แปลกดีพิลึก
 
ตื่นเช้ามาสิ่งที่ทำอย่างแรกเลยคือกดดูโทสับว่าพี่จิตโทมาจิงป่าว?  เฮ้อ....โล่ง ไม่มีสายเข้า..ดีนะ...เป็นแค่ฝัน
ลองคิดดู...หากพี่ชายของคุนโทมาแบบนี้ คุนคงขำดีพิลึก...แต่...งงมากกว่าอ่ะ

วันนั้น (วันไหน) ไปมอเตอร์โชว์มา
โอ้แม่โจ้...สุดยอด ...ตื่นเต้น
 
ไปแล้วเกิดกิเลส เพียงแค่รถงามๆนับสิบคันยังไม่พอเท่านั้น หากคุนเดินไปทุกๆเสี้ยววินาที คุนก้อจะเกิดกิเลสกับกล้องและเลนส์งามๆอีกหลายตัว (เป็นโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะงานมอเตอร์โชว์เท่านั้น ช้าอดหมดนะคะ) กะว่าจะตีหัวแล้วขโมยรถ+กล้องกลับบ้านอยู่นะ แต่ไม่กล้าทำ
 
เฮ้อ...อยากได้อ่า
 
ทำงาน...ปั๊มเงิน...กู้ชาติ...ไม่เกี่ยว!!!!!!!!!!
ใครมีงานไรที่ก้อให้เกิดรายได้ตอนนี้ โทหาเราด่วน แต่ถ้าคุนโทมาภายในสิบนาทีนี้....ก้อจะดีมาก
วันนั้น(อีกวันนึง)
เจอคนที่เราแอบชอบ 2 คน ในเวลาเดียวกัน ที่ร้านเนตแห่งหนึ่ง
 
คนนึงคือ พี่เรน (นามสมมติ) คนนี้ไม่เท่าไหร่ ออกแนวเคารพรัก
 
แค่อีกคนเนี่ยอ่ะสิ...ตื่นเต้น..โคด....
แอบทำงานไม่รู้เรื่องเรยแหละ
 
 
เป็นวันที่ตื่นเต้นโคดพ่ออีกหนึ่งวัน
วันนั้น (คนละวันกัน)
ผู้ชายขี้อ่อย โทรมา ก้อยังคงตื่นเต้นเหมือนกับทุกๆครั้งที่ถูกอ่อย
 
ถึงรู้ว่าอ่อย ก้อยอมถูกอ่อย
.................................
.................................
.................................

วันนั้น ( อีกและ )
ไปเจอพี่คนนึงมา
เรานั่งจ้องเค้าแบบว่าไม่ละสายตาเรย...ไม่ได้ชอบเค้าหรอก...แต่ว่า...เหมือนพี่โต๋ มากๆๆๆๆๆ
เสื้อผ้า การแต่งตัว คำพูด ทรงผม หน้าตา คล้ายกับเฮียแกมากๆๆๆๆ
 
ตื่นเต้นอีกวัน

วันนั้น (วันสุดท้ายแล้ว)
 
วันนั้น...ก็คือ...วันนี้
 
ตื่นเต้น...ดีใจ...ที่ยังมีลมหายใจอยู่
ตื่นเต้น...ที่ยังมีพวกคุณอยู่
ตื่นเต้น...ที่ยังมีความรู้สึกอยู่ ถึงแม้บางอย่างจะไม่อยากรู้สึกก้อตาม
ตื่นเต้น...ที่ยังอยู่คนเดียวอีกวัน เพราะอย่างน้อยคงมีบางคนที่ต้องการอยู่คนเดียวบ้าง
ตื่นเต้น...ที่ยังเหนื่อยกับการเก็บห้อง นั่นแปลว่าร่างกายเรายังมีแรงในการทำงานอยู่และยังมีที่ซุกหัวนอน
ตื่นเต้น...ที่ซอฟเฟลกันยุงได้ เพราะนั่นทำให้ยุงไม่กัดพวกเรา
               นึกถึงบรรยากาศในม.ร้องเพลง กีต้าร์ เสื่อ ผู้ชายขี้ร้อนคนหนึ่ง เพื่อนตัวกลมคู่ขา
               คนที่เกิดมาในลิเวอร์พูลแต่ดันชอบแมนยู และคนอื่นๆที่เคยร่วมวงกันมา
ตื่นเต้น...ที่ยังรู้สึกดีเวลาขี่รถเข้าไปในม. เพราะอย่างน้อยก้อยังมีอีกที่นึงที่เราพร้อมจะหลบทุกอย่างแล้วปลดปล่อยอารม          ไปกับสระแก้ว และ เครื่องดื่มมึนเมา
ตื่นเต้น...ที่ยังอิจฉาคนที่เค้ารักกัน นั่นแปลว่า อย่างน้อยคุณก้อเข้าใจข้อดีของความรัก
ตื่นเต้น...ที่ยังบ่นว่า "แมร่ง ตังจะหมดแล้วว่ะ" เพราะทำให้รู้ว่าเราก้อเคยมีตัง
ตื่นเต้น...ที่ยังนั่งตาแฉะเช็คเมววันละหลายๆอัน เพราะทำให้รู้ว่ามีคนส่งอะไรๆดีพร้อมกับความคิดถึงมาให้คุน
               ถึงแม้ว่าคนที่เรารอให้เค้าส่งเมวมาจะไม่มีแม้แต่เงา ก้อยิ่งทำให้เรามีลมหายใจต่อไปเพื่อรอการติดต่อกลับมา
ตื่นเต้น...ที่ยังต้องรู้สึกอินกับเพลง เพราะนั่นทำให้เรารู้ว่าอย่างน้อยเราก้อเคยมีความรู้สึกเหมือนคนอื่น
ตื่นเต้น...ที่ยังบอกว่าเบื่อ เซ็ง ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเพราะอะไรก้อตาม อย่างน้อยก้อยังรู้ว่าตัวเองชอบอะไรที่มากกว่าที่ทำอยู่
ตื่นเต้น...ที่ยังไม่ชินกับการจากไปของคนที่เรารัก ไม่อยากให้ใครไปเป็นคนที่4 เมื่อนึกถึงการจากไปที่ไร
               ก้อจะทำให้เรารักพวกคุนมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ในบางครั้ง เราอาจจะไม่เข้าใจกันบ้าง
               หรือบางคนอาจจะไม่รู้สึกดีๆกับเราก้อตาม
ตื่นเต้น...ที่ยังต้องชาร์จโทรศัพท์ เพราะแบตจะหมดก้อจากการใช้งาน ก้อดีที่มีคนโทหาเรา
               หรือไม่ก้อยังดีที่เรายังมีคนให้โทหา ไม่งั้นก้อ ยังดีที่เรามีเกมให้เล่นแก้เบื่อ
ตื่นเต้น...ที่ยังหันหลังไปเจอ DOLAKANPJF อยู่นั่นเพราะว่าเรายังมีมอเตอร์ไซค์ใช้อยู่
              ก้าวหน้ากว่าพวกคุนครึ่งหนึ่ง (ล้อเล่นนะ)
ตื่นเต้น...ที่ยังทำผิดพลาดอยู่ตลอดเลา เพราะนั่นคือการลงมือทำแล้วนี่นา
ตื่นเต้น...ที่ยังไม่สบาย หรือ รู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอ เพราะอย่างน้อยเราก็เคยเข้มแข็งแหละน่า
ตื่นเต้น...ที่ยังโดนด่าว่าเล่นมุกแป่กอยู่เรื่อยๆ เพราะนั่นแปลว่าอย่างน้อยคุณก้อเป็นคนมีสมอง
               มีความคิดเหมือนกันนะเนี่ย 55+
ตื่นเต้น...ที่ยังเป็นที่ปรึกษาปัญหาให้หลายๆคน ทำให้เรารู้ว่า มีคนที่เค้าไว้ใจเรา แม้จะเพียงชั่วคราวก้อตาม
               และยังได้รับรู้ปัญหาของคนเหล่านั้น ก็ยิ่งรู้สึกโชคดีที่เราไม่เปนอย่างงั้นในตอนนี้ ถึงแม้อาจจะเคยเป็นก้อตาม
ตื่นเต้น...ที่ยังต้องพิมมือหงิกอยู่ตอนนี้ เพราะอย่างน้อยก้อทำให้ความหวังของการรอคอย
               ให้คนมารับรู้ความรู้สึกของเรามีมากขึ้น  พวกคุณอาจไม่รู้หรอกว่าเพียงแค่คำพูดไม่กี่คำของคุณมีค่ามากแค่ไหน
               แต่สำหรับเรามันมีค่ามาก เป็นการต่อชีวิตคนบางคนได้อีก1วัน
 
 
 
 
3月28日

ความรักทำให้คนตาบอด...มีความสุข



คุณเคยเห็นคนตาบอดมั้ย

คนตาบอด...ที่เดินไปไหนต่อไหนด้วยกันเป็นคู่
คุณอาจเจอพวกเขาได้ในที่ที่มีคนอยู่กันเยอะๆ เช่น ตลาดนัด
พวกเขาไปที่นั่น...
เพราะหวังว่า... คงจะมี คนใจบุญ ไปเดินอยู่ที่นั่นบ้าง

คนสองคน...ที่จับมือกัน
ค่อยๆ เดินกระเถิบไปด้วยกันทีละนิด..ทีละนิด


เพราะต่างคนต่างก็มองไม่เห็นอะไรกันทั้งคู่
นอกจากไม้เท้าคนละอันแล้ว...
ในมือพวกเขาถือวิทยุเก่าๆ เครื่องนึง

กับไมค์อีกอีกหนึ่งอัน...ที่ขาดไม่ได้ก็คือขันอลูมิเนียม
อาวุธสำคัญที่ใช้หากินอยู่ทุกวัน
เราไม่ คุ้นหู กับเพลงที่เขาร้องนักหรอก
แต่ก็ดูว่าเขาตั้งใจร้องเหลือเกิน
และดูเหมือนเขาก็ หวัง ว่าคุณจะต้องชอบมัน
เราเห็นเขาจับมือกัน
วินาทีนั้น...ทำให้เรานึกถึงอะไรบางอย่าง
ที่เราอาจเคยมองข้ามมา

คุณเคยนึกถึงความรักของ..คนตาบอด..หรือเปล่า
คนตาบอดรักกันได้ยังไงนะ
เพราะคนตาบอด...ไม่เคยรู้เลยว่า...
คนรักของเขา..มีหน้าตาเป็นอย่างไร

คนตาบอด..จะรู้จักก็เพียงจิตใจของคนรักของเขาเท่านั้น
เมื่อเขามีความพอใจกันและกัน
ไม่มีเกียรติยศ... ศักดิ์ศรี...ให้กังวลใจ
เพราะต่างคนก็ต่างไม่มีสิ่งนี้
ต่างคน..ต่างก็ไม่มีเงิน
ตาสองข้าง ปิดสนิท....แต่เปิดใจเข้าหากัน
คนสองคนที่อยู่ด้วยกัน ด้วย "ใจ" ล้วนๆ
ความรัก....ก็เกิดจากตรงนั้น


คนตาบอด พาคนที่เขารัก ไปด้วยกันทุกหนทุกแห่ง
คนตาบอด ไม่เคยกลับบ้านดึก
คนตาบอด ออกจากบ้านพร้อมกัน...และกลับถึงบ้านพร้อมกัน
พวกเขาเคยแยกกันบ้างหรือเปล่านะ....?
คุณรู้หรือเปล่า

คนตาบอดจับมือของคนที่เขารักไว้ตลอดทั้งวัน
คุณเคยทำอย่างเขาบ้างมั้ย... ?


เรากลับมานึกถึงความรักของคนที่ตาดี

หลายๆ คน มีเกียรติยศ หน้าที่ การงาน ที่ดีเหลือเกิน
หลายๆ คน ทั้งหล่อ ทั้งสวย...ทั้งรวย ทั้งฉลาด
แต่พวกเราหลายๆ คนกลับต้องมาเสียใจเพราะความรัก
หรือว่าพวกเรามองเห็นกัน....เพื่อจะเรียกร้องสิ่งที่เราต้องการให้มากขึ้น....
เอ....พวกเราคาดหวังอะไรจากคนที่เรารัก....มากเกินไปหรือเปล่านะ



อนาคตของคนตาบอด..อยู่ตรงไหนก็ไม่รู้
ดูเหมือนเขาจะ...สงสัยก็เพียงแต่ว่า
วันพรุ่งนี้...จะมีคนใจบุญซักกี่คน
ที่ทำให้พวกเขากลับบ้านด้วยกันอย่างมีความสุข
ตอนที่เรา up spaceนี้อยู่...พวกเขาก็คงนอนหลับกันแล้ว


ขอบคุณตลาดนัด...ที่ทำให้เราเห็นภาพดีๆ ในวันนั้น
เราเชื่อว่า...ครั้งหน้า...ที่คุณเห็นคนตาบอด...ใจของคุณจะเปิดกว้างขึ้น
คุณอาจมองเห็นภาพที่คุณไม่เคยมองเห็น
ไม่ใช่ด้วยตา...แต่เห็นด้วยหัวใจ
เหมือนกับภาพที่เราได้เห็นในวันนั้น
...
...
...

ความรักทำให้คนตาบอด  .....  มีความสุข ต่างหากล่ะ

คนปกติก้อมีความสุขด้วยนั่นแหละ

 

เค้าบอดแค่ตา แต่ใจไม่ได้บอดไปด้วยนี่หน่า


 

สับสน..วุ่นวาย...เครียด...หยุด...พัก..(กับใครล่ะ...)

ช่วงนี้อากาศเมืองไทยร้อนมาก

ยิ่งทำให้คนไทยอารมณ์ร้อนมากขึ้น

ตัวเราเองก้อด้วย

ความสับสนวุ่นวายต่างๆนานา ในชีวิต มันชักจะมีมากขึ้นเรื่อยๆแล้วล่ะสิ

อันเก่าก้อยังไม่ได้แก้ แล้วยังมีอันใหม่เข้ามาอีก เฮ้อ..

 

เหนื่อยจัง ทั้งที่ไม่มีไรทำ แต่ก้อยังรู้สึกเหนื่อย

อยากจะพูดคำนี้ออกมาดังๆ

พูดไปก้อคงไม่มีใครเข้าใจ

(แต่หวังว่าพี่ชายคงเข้าใจนะ)

(( แต่ถ้ามีใครเข้าใจมากกว่านี้ก้อคงดี ))

บางครั้งเราก้อยังไม่เข้าใจตัวเองเลย แล้วจะหวังให้ใครเค้ามาเข้าใจเรา บ้าป่าว

 

จะเอายังงัยต่อไปกับชีวิตดีนะ

วันพรุ่งนี้ จะมีอีกสักกี่วัน

พรุ่งนี้จะมีรึเปล่า

 

ทำไมเราถึงเปนคนแบบนี้ก้อไม่รุ้

คิดมากทำไมนักหนา

อยากเกิดเปนคนบางคนจัง

คนที่ไม่คิดอะไร คนที่ไม่รู้สึกอะไร

แต่ว่ามีคนรักเค้ามากมาย

ใครๆต่างก้อรักเค้า

ดีจัง การที่มีคนมารักนี่คงดีเนอะ

 

 

ฝากถึง... ทุกคน ที่เคยเข้ามามีส่วนร่วมในชีวิต

ขอบคุนสำหรับทุกอย่างนะ

ขอโทดด้วยละกันสำหรับสิ่งที่เราทำไป ทั้งที่เราตั้งใจละก้อไม่ได้ตั้งใจ

 

เรารักพวกคุณนะ

 

เผื่อว่าไม่มีพรุ่งนี้ให้พูดอีก

อย่างน้อยก้อจะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลัง ว่ายังไม่ได้บอกพวกคุณ

 
第 1 张,共 51 张